Homeเกี่ยวกับโรงเรียนประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิหน่วยงานภายในโรงเรียนแฟ้มภาพข่าวสารโรงเรียนเผยแพร่ผลงานทางวิชาการLOGIN / LOGOUT
Home arrow สาระน่ารู้
 
 
คำราชาศัพท์

๑. คำราชาศัพท์หมวดร่างกาย

                                         ผม = พระเกศา                      ไหปลาร้า = พระรากขวัญ

                                         จุก = พระโมฬี                      นม = พระถัน, พระเต้า

                                        หน้าผาก = พระนลาฎ           ท้อง = พระอุทร

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
เจ้าหญิงวงการบันเทิง (เจ้าหญิงขายกบ)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

ขอเชิญร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำ ปี 2553 ส่วนภูมิภาค

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
ลูกศิษย์กับครูและเรื่องการหารักแท้
(แง่คิดดีๆ สำหรับคนเรื่องมาก)
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
นิทานพาเพลิน
The Rat and The Frog One day, a country rat wanted to go to town. He prepared imself and started his journey. It was hot on the way. So the rat was tired and thirsty. He then stopped near a big pond...to drink water for refreshing himself...and to find some fruits to eat. Near that pond, there lived a frog. When the rat saw the frog, he walked straight towards him. He forced the frog to take him to the other side of the pond. But the frog refused. The rat beat up the frog badly. So the frog had to give up and agreed to take him across the pond. The rat was afraid that the frog might leave him in the middle of the pond, so he tied his leg with the frog's leg. When they were in the middle of the pond, the frog stoped swimming, wanting the rat to drown. The rat tried to swim to save himself from drowning while the frog looked on with satisfaction. Meanwhile, there was a hawk flying by the pond and saw the two animals. The hawk grabbed both of them for his meal.
ฝนช่อมะม่วง

ฝนชะช่อมะม่วงเป็นคำเรียกชื่อฝนที่ตกนอกฤดูฝน คือ ตกในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ซึ่งเป็นระยะที่ต้นไม้ผลไม้ต่าง ๆ กำลังออกช่อ โดยเฉพาะช่อมะม่วง กล่าวกันว่าเมื่อมีฝนนี้ตกลงมาในระยะที่มะม่วงออกช่อ จะทำให้มะม่วงติดผลและมีผลดก เมื่อพิจารณาโดยทางอุตุนิยมวิทยาเกษตร ก็มีเหตุผลพอจะเชื่อได้ เมื่อมะม่วงออกช่อ ผงฝุ่นละอองในอากาศก็จับเกาะตามช่อ ฝุ่นละอองโดยมากเป็นเกลือ ความเค็มย่อมทำให้ช่อมะม่วงร่วงหล่นและเหี่ยวแห้งไป ไม่ติดเป็นผล แต่เมื่อมีฝนตก ย่อมชะผงฝุ่นละอองที่จับตามช่อให้หมดไป ช่อจึงสะอาด เย็นและชุ่มชื้น ทำให้ช่อติดเป็นผลได้มาก เมื่อมีฝนเช่นนี้ตก ชาวสวนชาวไร่จึงดีใจมาก และเรียกกันว่า ฝนชะช่อมะม่วง ชาวนาเรียกว่า ฝนชะลาน เพราะฝนนี้ตกในระยะที่จะนวดข้าวบนลาน ต้องทำลานให้สะอาด เมื่อมีฝนตกลงมาจึงช่วยชะลานให้สะอาด จึงเรียกว่าฝนชะลาน ฝนชะช่อมะม่วงเป็นฝนขนาดเบา มีปริมาณไม่มาก เป็นฝนที่เกิดจากปรากฏการณ์อุตุนิยมวิทยาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คลื่นในกระแสลมตะวันออก (easterly wave) ลมฝ่ายตะวันออกจากมหาสมุทรแปชิฟิกและทะเลจีนใต้พัดเข้าสู่อ่าวไทย ในกระแสลมตะวันออกนี้ บางคราวก็เกิดลักษณะอากาศแปรปรวนเกิดเป็นคลื่นขึ้นในกระแสอากาศ เคลื่อนจากตะวันออกไปทางตะวันตก ภายในกระแสคลื่นของลมตะวันออกมีเมฆมากและมีฝนตกในร่องของคลื่น เมื่อคลื่นผ่านถึงที่ใดก็ทำให้เกิดฝนในบริเวณนั้น เป็นฝนตกนอกฤดู

KEN-KEN คืออะไร

KEN-KEN เกมคณิตศาสตร์
       KEN - KEN ปริศนาคณิตศาสตร์มหัศจรรย์ คิดค้นโดย Tetsuya Miyamoto เพื่อให้ผู้เล่นได้รับทั้งความสนุกและพัฒนาสมอง KEN - KEN ปริศนาคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่าเกม "เติมตัวเลข" อย่าง SUDOKU และพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผู้เล่นสมองไวและผลการเรียนดีขึ้น ด้วยการบวก ลบ คูณ หาร ที่แสนสนุกเพลิดเพลิน สมองของเราจะถูกกระตุ้นให้คิดอย่างเป็นระบบ ฝึกทักษะการคำนวณและพลังในการคิด ฝึกพลังสมาธิ ฝึกความอดทน และความละเอียดรอบคอบ พัฒนาสมองและเพิ่มทักษะ สู่ความเป็นอัจฉริยะ! หนังสือเล่มนี้ขายดีเป็นประวัติการณ์ในญี่ปุ่นด้วยยอดขายกว่า 1,000,000 เล่ม และกว่า 80% ของเด็กที่เล่น KEN-KEN สามารถสอบเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
7 วิกฤติสุขภาพจากเทคโนโลยี

7 วิกฤติสุขภาพจากเทคโนโลยี

และเกินกว่าร่างกายจะรับได้กลับเป็นการทำร้ายสุขภาพ ที่นำมาซึ่งความเจ็บป่วยนานัปการ ชีวจิตฉบับนี้ มีเรื่องราวสุขภาพอันเป็นผลพวงจากการใช้เทคโนโลยีใกล้ตัวมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

หูดับเพราะโทร.นาน
การใช้โทรศัพท์พูดคุยกันตลอดเวลานั้นสามารถทำร้ายหูของเราได้ ดังกรณีของ คุณชเนษฎ์ ศรีสุโข นักศึกษาแพทย์ อายุ 23 ปี ที่เคยใช้โทรศัพท์มือถือนานกว่า 3,000 นาที (ประมาณ 50 ชั่วโมง) ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ส่งผลให้หูข้างขวาสูญเสียการได้ยินชั่วคราว
"ช่วงที่เป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ผมเป็นกรรมการสโมสรนักศึกษาแพทย์ จึงต้องจัดกิจกรรมให้รุ่นน้อง โดยเฉพาะช่วงรับน้องใหม่ ทำให้ต้องใช้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานการจัดกิจกรรมนักศึกษามากกว่าปกติ หลายครั้งที่คุยจนโทรศัพท์ร้อนจัด
"หลังตื่นนอนวันหนึ่งพบว่า หูข้างขวาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เมื่อไปพบคุณหมอ ท่านวินิจฉัยว่าเป็นอาการประสาทหูเสื่อมชนิดเฉียบพลัน (หรือหูดับเฉียบพลัน) ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจมีปัจจัยเสี่ยงคือ การใช้โทรศัพท์มือถือแนบหูเป็นเวลานานและบ่อย
"ผมหูดับอยู่ประมาณสองเดือน เรียนและทำกิจกรรมไม่สะดวกจนต้องลาหยุด ทำให้รู้สึกทรมานและเป็นกังวล บางครั้งจึงต้องกินยาคลายเครียดเพื่อช่วยให้นอนหลับได้
"ต่อมาหูข้างขวาก็กลับมาได้ยินเหมือนเดิม แต่ไม่ชัดเจนเท่ากับหูข้างซ้าย เพราะประสาทหูบางส่วนเสื่อมไปแล้ว และยังมีอาการหูดับบ้างเป็นครั้งคราวมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็หาย
"ตั้งแต่นั้นมาผมจึงดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็น โดยใช้หูฟังบลูทูธช่วย เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับโทรศัพท์มือถือโดยตรง"
สิ่งที่เสียไปแล้วมักไม่คืนกลับมา ฉะนั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ
ปวดศีรษะเพราะโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์
 คุณณัฐณิชา สุขนาม พนักงานบริการลูกค้า อายุ 22 ปี เล่าถึงผลร้ายจากการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานว่า
  "ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย มักใช้เวลาว่างคุยโทรศัพท์ ครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เคยคุยสูงสุดถึง 3 ชั่วโมง
  "ตอนที่คุยโทรศัพท์มากๆ มักมีอาการปวดหัว วิงเวียน คล้ายคนเมารถ ตอนนั้นก็คิดว่าเป็นเพราะนอนน้อยมากกว่าจึงไม่เอะใจ จนกระทั่งช่วงที่เรียนปี 3 ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเพื่อทำรายงาน จนแทบไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงติดต่อกัน อาการปวดหัวก็เริ่มมากขึ้นจนต้องกินยาแก้ปวดแล้วนอนหลับพักผ่อนอย่างเดียว ไม่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้เลย
  "เมื่อหันกลับมาพิจารณาพฤติกรรมของตนเอง จึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จึงพยายามจำกัดเวลาการใช้โทรศัพท์ หากจำเป็นต้องคุยเป็นเวลานานจะใช้อุปกรณ์เสริมอย่างสมอลล์ทอล์ค หรือหูฟังบลูทูธ
"ถ้ารู้สึกเหงาจะพยายามคุยกับคนที่อยู่ด้วยในเวลานั้นแทนการโทรศัพท์ และพยายามใช้คอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็น หากต้องใช้เป็นเวลานานจะพักสายตา หรือลุกขึ้นเดินเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ อาการปวดหัวจึงค่อยๆ ทุเลาลง"
 อะไรที่มากเกินไปมักจะเป็นผลร้ายเสมอค่ะ
ตาเสื่อมก่อนวัยจากโทรทัศน์
 โดยทั่วไปแล้ว ประสิทธิภาพการมองเห็นของคนเราจะเสื่อมถอยไปตามอายุ แต่เมื่อไรที่ใช้สายตามากเกิน ก็อาจทำให้สายตาเสื่อมตั้งแต่ยังเด็ก
 คุณขนิษฐา ชินพัฒนา อาชีพนักเขียนอิสระ อายุ 34 ปี เล่าถึงผลร้ายจากการที่ลูกชายวัยประถมศึกษาปีที่หนึ่งรักการดูโทรทัศน์ว่า
"ลูกชายชอบดูการ์ตูนทีวีเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่เขาเรียนอยู่อนุบาลสอง หลังจากแยกห้องนอนกับลูก เขามักขอให้พี่เลี้ยงเปิดรายการการ์ตูนในทีวีหรือจากแผ่นดีวีดีให้ดูเป็นประจำ และจะขอให้พี่เลี้ยงปิดไฟและรูดม่านในห้องลงจนมืดสนิท เพราะชอบบรรยากาศมืดๆ แบบในโรงหนัง
"เคยห้ามลูกไม่ให้ทำแบบนี้ เพราะจะทำให้สายตาเสีย แต่ลูกกลับแอบใช้ผ้าห่มคลุมกันแสงจากทีวี เพื่อไม่ให้เราเห็น ซึ่งอาจจะโดนดุได้ เราเลยจำกัดเวลาดูทีวีของลูกไม่ให้เกินสามทุ่มในวันธรรมดา ส่วนวันหยุดจะปล่อยให้ดูตามสบาย
"วันหนึ่งลูกบอกว่ารู้สึกเหมือนมองเห็นลูกโป่งหลายลูกแตกอยู่ในตาข้างขวา ส่วนตาข้างซ้าย
เห็นเป็นเงากลมๆ ลอยไปมา ทำอย่างไรก็ไม่หาย รู้สึกรำคาญ และมีอาการปวดหัว จึงรีบพาไปหาคุณหมอ
 "ผลการตรวจพบว่า ลูกมีอาการวุ้นตาเสื่อมที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อาการนี้เกิดจากเจลวุ้นที่คอยหล่อเลี้ยงลูกตาเสื่อมสภาพกลายเป็นน้ำ ทำให้สารต่างๆ ในดวงตาเกาะรวมตัวกัน เลยมองเห็นคล้ายมีหยากไย่สีดำเกาะหรือลอยไปมา
"คุณหมอบอกว่าเด็กๆ ไม่ค่อยมีอาการนี้ เพราะอาการวุ้นตาเสื่อมมักเกิดกับคนสูงอายุมากกว่า กรณีของลูกอาจเกิดจากการใช้สายตาอย่างหักโหม และที่รักษาไม่ได้เพราะเป็นส่วนที่เสื่อมสภาพแล้ว จึงต้องระวังไม่ให้มีอาการมากขึ้น เพราะอาจทำให้ตาบอดได้"
  "หลังจากนั้นจึงเข้มงวดเรื่องการดูทีวีมากขึ้น คอยถามลูกเรื่องอาการเป็นระยะๆ แล้วชวนทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ให้ช่วยเลี้ยงน้อง เล่นเกมที่ทำจากกระดาษ และให้กินอาหารบำรุงสายตา เช่น ผัดผักบุ้ง ฟักทองแกงบวด" 
 เห็นไหมคะว่า ภัยจากโทรทัศน์ร้ายกว่าที่คิด
(ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ใน นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 283 )
เทคโนโลยีใช้งานง่าย
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใช้งานง่ายอื่นๆ อีก เช่น เครื่องคิดเลข โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อสมองได้  แต่ความสะดวกสบายจากการใช้เทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายทำให้คนเราคิด และลงมือทำด้วยตัวเองน้อยลง ทำให้สมองที่ควรจะพัฒนาความฉลาดได้หลากหลายด้าน กลับพัฒนาได้เพียงไม่กี่ด้าน อาจส่งผลให้ความสามารถของสมองถดถอย ตลอดจนสมองเสื่อมก่อนวัย

 รู้ใช้จะเป็นนายเทคโนโลยี ดีกว่าให้เทคโนโลยีทำร้ายสุขภาพค่ะ


แหล่งข้อมูล 
นิตยสารชีวจิตฉบับที่
283


Mother's Day

วันแม่แห่งชาติ = Mother's Day


August 12th in Thailand is the Queen's Birthday. As she is considered to be mother to all Thais, this day is also celebrated as Mother's Day [More Information].

The following messages were written by students at Sriwittayapaknam School in Samut Prakan.


อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 ต่อไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 15 จาก 34